| Article Index |
|---|
| การเสด็จพระราชดำเนินเยือนมิตรประเทศในเอเซีย |
| อินโดนีเซีย |
| สหภาพพม่า |
| All Pages |
สาธารณรัฐเวียดนาม
ตามที่ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเวียดนาม ได้ทูลอัญเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมสาธารณรัฐเวียดนามเป็นทางการ เป็นเวลา ๓ วัน คือตั่งแต่วันที่ ๑๘ ถึงวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๐
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปถึงท่าอากาศยานไซ่ง่อน เอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนามและอธิบดีกรมการทูตประจำสำนักประธานาธิบดี ได้ขึ้นไปเผ้าทูลละอองธุลีพระบาทบนเครื่องบินพระที่นั่ง
ครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงปรกกฎพระองค์ที่ทางออกของเครื่องบินพระที่นั่ง ปืนใหญ่ยิงสลุตถวายพระเกียรติ ๒๑ นัด ณ ที่นั้นประธานาธิบดีโงดินท์เดียน แห่งสาธารณรัฐเวียดนาม ในเครื่องแต่งการตามขนบธรรมเนียมของชาวเวียดนามได้คอยรับเสด็จฯ อยู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงมีพระราชปฎิสันถารกับประธานาธิบดีโงดินห์เดียมและภริยา พร้อมกับได้ทรงแนะนำข้าราชการ ผู้โดยเสด็จฯ เป็นทางการแก่ประธานาธิบดีโงตินเดียมขณะเดียวกันภริยาเอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนาม และดำหญิงเวียดนามได้ทูลเกล้าฯ ถวายช่อดอกไม้แก่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ต่อจากนั้น ประธานาธิบดีโงดินห์เดียมได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรู้จักกับบรรดาข้าราชการู้ใหญ่ของเวียดนามทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน และบรรดาหัวหน้าคณะทูตานุทูตและภริยาซึ่งตั่งแถวรอรับเสด็จฯ อยู่
ต่อจากนั้นประธานาธิบดีโงดินห์เดียมแห่งเวียดนาม ได้ทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังปะรำพิธี ณ ที่นั้นประธานาธิบดีโงดินห์เดียม ได้กล่าวรับเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมสาธารณรัฐเวียดนามว่า “ประชาชนเวียดนามมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสรับเสด็จใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททั้ง ๒ พระองค์ การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมสาธารณรัฐเวียดนามครั้งนี้หมายถึงการที่สัมพันธภาพระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐเวียดนามได้ก้าวไปสู่ระดับใหม่ที่อำนวยผลให้เป็นอย่างยิ่ง” เมื่อประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเวียดนามได้กราบบังคมทูลรับเสด็จพระราชดำเนินแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส ตอบว่า พระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รู้สึกประทับพระราชหฤทัยอย่างสุดซึ้งในการรับเสด็จฯ อย่างดียิ่งครั้งนี้ ทรงเชื่อว่าตามที่ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเวียดนามได้ไปเยือนประเทศไทย และการที่พระองค์ได้เสด็จฯ ประพาสเวียดนามครั้งนี้ จะเป็นสิ่งที่กระชับความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างกันและกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สุดท้ายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงขอบใจและแสดงความชื่นชมต่อประธานาธิบดี และรัฐบาลสาธารณรัฐเวียดนาม ตลอดจนประชาชนชาวเวียดนามทุกคนที่ได้ถวายการต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง
ต่อจากนั้น นายเหวียนฟุทาย นายกเทศมนตรีไซ่ง่อน ได้เข้าเฝ้ากราบบังคมทูลต้อนรับในนามของประชาชนไซ่ง่อน และได้ถวายกุญแจแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชดำรัสตอบความว่า กุญแจที่ถวายแด่พระองค์นี้เป็นสัญญลักษณ์แห่งการต้อนรับของเมืองไซ่ง่อน และมีความหมายถึงเสรีภาพและอิสรภาพของเมืองนี้ พระองค์ทรงถือว่า กุญแจนี้มีคุณค่าอย่างยิ่งและขอให้นายกเทศมนตรีไซ่ง่อนรับความขอบใจอย่างสุดซึ้งและจริงใจของพระองค์ด้วย
จากสนามบินถึงวังญาลองอันเป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีธงชาติไทยติดเป็นระยะๆ ตามอาคารบ้านเรือนราษฎรได้ประดับธงชาติไทยและเวียดนามคู่กัน มีแผ่นป้ายโฆษณาคำขวัญ เช่น สัมพันธไมตรีไทย เวียดนามจงเจริญ และอื่น ๆ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จถึงที่ประทับพระราชวังญาลอง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเวียดนาม และนางโงดินห์ยนู ได้กราบถวายบังคมลา
ในคืนวันเดียวกันนั้น ประธานาธิบดีโงดินห์เดียม และคณะทูตานุทูตต่างประเทศ ได้จัดงานเลี้ยงพระกระยาหารถวายพระเกียรติที่ทำเนียบประธานาธิบดี ระหว่างเวลาพระกระยาหาร ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเวียดนามได้กราบบังคมทูลว่า ยังระลึกถึงการต้อนรับอันอบอุ่นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและของรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทยเมื่อ ๒ ปีก่อนเป็นอย่างดี และในโอกาสนี้ก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติได้ถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและบุคคลสำคัญ ซึ่งได้โดยเสด็จพระราชดำเนินมาประชาชนชาวเวียดนามทั้งมวลต่างถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้ถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นที่เคารพรักของปวงชนชาวไทย สุดท้ายประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเวียดนามได้กราบบังคมทูลเชิญชวนดื่มถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้ทรงพระเกษมสำราญและให้ราชอาณาจักรไทยกับมิตรภาพระหว่างไทย-เวียดนามเจริญยิ่งขึ้นสืบไป
เมื่อประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเวียดนามกราบบังคมทูลจบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชดำรัสตอบความว่า พระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีความชื่นชมในอัธยาศัยของประธานาธิบดีอย่างยิ่ง ที่ได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีแม้ว่าจะได้เสด็จอยู่ในเวียนนามเพียงชั่วระยะเวลาอันน้อยแต่ก็ตระหนักแล้วว่าการรับรองของชาวเวียดนามนั้นย่อมทำให้ผู้เป็นแขกรู้สึกชื่นชมและซาบซึ้งในไมตรีจิตของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี ความคล้ายคลึงกันในขนบธรรมเนียมประเพณีที่ตกทอดมา ตลอดทั้งในอุดมคติปัจจุบันของชาติเราทั้งสองในการใผ่สันติ ความก้าวหน้าและความสุขสมบูรณ์ของสังคม ย่อมเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดไมตรีจิต อย่างไรก็ดี หวังว่าในความพยายามที่จะรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมที่ได้ตกทอดมาของแต่ละผ่าย และที่จะบำรุงส่งเสริมความเสรีและอิสรภาพนั้น ชาติของเราทั้งสองจะได้ก้าวไปตามแนวทางอันเดียวกันและทำความเพียบพยายามร่วมกันเพื่อประโยชน์และผลสำเร็จร่วมกัน
รุ่งขึ้น พระบทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังมหาวิทยาลัยไซ่ง่อน ทางการมหาวิทยาลัยได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมาศักดิ์ทางกฎหมายแด่พระองค์
ในวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๑๕๐๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองเว้ นครหลวงเดิมของเวียดนาม แล้วเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมสถานที่ตากอากาศ ณ เมืองดาลัต ในวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ เสด็จฯ กลับสู่ไซ่ง่อนแล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทยในบ่ายวันเดียวกัน















