ตำรวจ
ถือกำเนิดขึ้นมาในประเทศไทยยาวนานกว่าร้อยปี (ตามที่มีหลักฐานปรากฏ) ผ่านการแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้สามารถรับใช้ประเทศชาติและพี่น้องประชาชนชาวไทยได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง สมเป็น "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" อย่างแท้จริง ทั้งนี้ จากอดีตถึงปัจจุบัน "ตำรวจ" จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาจากองค์พระมหากษัตริย์ไทยเสมอมา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงพระมหากษัตริย์พระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ และด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระมหากษัตริย์ไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอรำลึกถึงพระเกียรติคุณแห่งองค์พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่ทรงมีต่อข้าราชการตำรวจ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี และเพื่อเฉลิมพระเกียรติองค์พระมหากษัตริย์ไทย
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ กษัตริย์ผู้วางรากฐาน "ตำรวจไทย"
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยของพระเจ้าอู่ทอง ได้มีการจัดระบบการปกครองแบบจตุสดมภ์ พร้อมทั้งทรงตั้งตำแหน่งเสนาบดี 4 ตำแหน่ง คือ
1.ขุนเวียง มีหน้าที่ปกครองท้องที่ ดูแลราษฎรให้อยู่เย็นเป็นสุข และปราบปรามโจรผู้ร้าย
2.ขุนวัง มีหน้าที่ดูแลรักษาความเรียบร้อยภายในวัง และพิพากษาราษฎร
3.ขุนคลัง มีหน้าที่เก็บเงินและรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน
4.ขุนนา มีหน้าที่ดูแลไร่นาและเก็บรักษาเสบียงอาหารของพระนคร
ต่อมา ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้ทรงจัดระเบียบการปกครองใหม่ โดยทรงแยกทหารและพลเรือนออกจากกัน ฝ่ายทหาร มีสมุหกลาโหมเป็นหัวหน้า ฝ่ายพลเรือน มีสมุหนายกเป็นหัวหน้า และทรงเปลี่ยนชื่อการปกครองแบบจตุสดมภ์เสียใหม่ คือ
ทั้งนี้ได้ทรงพระกรุณาฯโปรดเกล้า ให้มีกิจการตำรวจขึ้น โดยอยู่ภายใต้การดูแลของกรมเวียงและในปี พ.ศ.1998 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราศักดินาของขุนนางฝ่ายตำรวจไว้เช่นเดียวกับขุนนางฝ่ายอื่นๆ โดยมีกล่าวไว้เป็นหลักฐานในบทพระอัยการระบุตำแหน่งนาพลเรือน ดังนี้
| หลวงวาสุเทพ | เจ้ากรมมหาดไทยตำรวจภูธร | ศักดินา | 1000 |
| ขุนพิศนุแสน | ปลัดขวา | ศักดินา | 600 |
| ขุนเพชรอินทรา | ปลัดซ้าย | ศักดินา | 600 |
| หลวงเพชรฉลูเทพ | เจ้ากรมมหาดไทยตำรวจพระนครบาล | ศักดินา | 1000 |
| ขุนมหาพิชัย | ปลัดขวา | ศักดินา | 600 |
| ขุนแผลงสท้าน | ปลัดซ้าย | ศักดินา | 600 |
| หลวงอินทราบดีศรีราช | รองเมืองเจ้ากรมกองตระเวรขวา | ศักดินา | 1000 |
| ขุนเทพฉลู | เจ้ากรมกองตระเวนซ้าย | ศักดินา | 1000 |
| หลวงพิเรณเทพบดีศรี | สมุหะเจ้ากรมพระตำรวจใหญ่ขวา | ศักดินา | 2000 |
| พระอินณเทพบดีศรี | สมุหะเจ้ากรมพระตำรวจใหญ่ซ้าย | ศักดินา | 2000 |
| พระอนุชิตราชา | จางวางกรมตำรวจขวา | ศักดินา | 3000 |
| พระยาอภัยรณฤทธิ์ | จางวางกรมตำรวจซ้าย | ศักดินา | 3000 |
จากบทพระอัยการดังกล่าวข้างต้น เป็นหลักฐานยืนยันว่า "ตำรวจ"ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วบนแผ่นดินสยาม ในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ นอกจากนี้ ยังมีเอกสารทางราชการสำคัญอีกหลายฉบับที่แสดงว่า บุคคลที่จะเข้ารับราชการตำรวจได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่มีชาติตระกูลสืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษที่ประกอบคุณงามความดีต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และเป็นบุคคลที่พระมหากษัตริย์ทรงไว้วางพระราชฤทัย การบังคับบัญชาตำรวจในสมัยกรุงศรีอยุธยาจึงอยู่ภายใต้พะมหากษัตริย์โดยตรง
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
พระผู้พระราชทานกำเนิด"ตำรวจสมัยใหม่" ประมาณปีพุทธศักราช2400-2405 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีพระราชปรารภว่า บ้านเมืองมักมีเหตุการณ์ โจรผู้ร้ายก่อกวนความสงบสุขของราษฎรอยู่เนืองๆ ลำพังข้าหลวงกองจับ ซึ่งเป็นข้าราชการขึ้นกรมเมือง หรือนครบาลมิอาจสามารถระงับเหตุการณ์และปราบปรามโจรผู้ร้ายให้สงบราบคาบได้ จึงมีพระราชดำริที่จะจัดตั้งกองตำรวจเช่นเดียวกับต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ และอินเดียและได้ทรงแต่งตั้งให้ กัปตันแซมมวล โจเซฟ เบิร์ด เอมส์ (Capt. S. j. Bird Ames) ชาวอังกฤษ มาเป็นผู้วางโครงการจัดตั้งกองตำรวจขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เรียกว่า "กองโปลิส"โดยจ้างชาวมลายูและชาวอินเดียเข้ามาเป็นพลตำรวจเรียกว่า"คอนสเตเบิ้ล มีหน้าที่รักษาการณ์ในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน ขึ้นอยู่กับกรมพระนครบาล ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในความเป็นปึกแผ่นของกิจการตำรวจสมัยต่อมา และเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งล้นเกล้าฯ รัชกาลที่4 ที่ทรงปรับปรุงกิจการตำรวจให้ทันสมัยทัดเทียมนานาอารยประเทศตะวันตก และเป็นรากฐานกิจการตำรวจในปัจจุบัน กรมตำรวจจึงได้จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ประดิษฐานบริเวรหน้าอาคาร 1 กรมตำรวจ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนทั่วไปได้แสดงความเคารพสักการะ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระบรมรูปในวันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2531
พระปิยมหาราช มหากษัตริย์ผู้สร้าง"ความเป็นปึกแผ่นแก่กิจการตำรวจ"
ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จขึ้นครองราชย์ ต่อจากพระราชบิดา พระองค์ได้ทรงพัฒนากิจการตำรวจในด้านต่างๆ มากมายหลายด้าน ได้แก่
พ.ศ.2412 - โปรดเกล้าฯ ให้ขยายกองโปลิส พร้อมทั้งว่าจ้างชาวต่างชาติมารับราชการเพิ่ม พ.ศ.2414- พระราชทานบรรดาศักดิ์กัปตันเอมส์เป็น หลวงรัฐยาธิบาลบัญชา พ.ศ.2418- โปรดเกล้าฯ ให้ตรา "กฎหมายโปลิสรักษาพระนคร 53 ข้อ"ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมในหน้าที่ของโปลิสจะพึงปฏิบัติและข้อบังคับการรับสมัครบุคคลเข้าเป็นโปลิสหรือตำรวจ โดยกฎหมายดังกล่าวใช้บังคับภายในและภายนอกพระนคร - ทรงจัดตั้ง "ตำรวจภูธร ขึ้นในรูป "ทหารโปลิส" เพื่อเป็นกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในส่วนภูมิภาคและให้สามารถปฏิบัติการทางทหารได้ด้วย แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น "กรมกองตระเวนหัวเมือง" พ.ศ.2435- ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ เป็น "เสนาบดีว่าการกระทรวงมหาดไทย" และพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ์ เป็น "เสนาบดีว่าการกระทรวงพระนครบาล" พ.ศ.2440- โปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง "กรมตำรวจภูธร" ขึ้นแทน" กรมกองตระเวนหัวเมือง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ร.อ.ยี.เชา. (G.Schau) หรือหลวงศัลวิธานนิเทศน์ ชาวเดนมาร์ค มาเป็นเจ้ากรมกองตระเวนหัวเมือง
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "นายพลตรีพระยาวาสุเทพ"และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจภูธรคนแรก หลังจากได้มีการจัดตั้งกรมตำรวจภูธรแล้ว นายพลตรีพระยาวาสุเทพ ได้จัดตั้งกองตำรวจภูธรตามมณฑลต่างๆ ขึ้นหลายแห่งเพื่อป้องกันปราบปรามโจรผู้ร้าย และอำนวยความร่มเย็นเป็นสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ได้อย่างทั่วถึงทำให้เกิดการขาดแคลนนายตำรวจที่จะมาปฏิบัติหน้าที่ พระยาวาสุเทพ เจ้ากรมตำรวจภูธรจึงรายงานชี้แจงความเห็นและขออนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อจัดตั้งโรงเรียนสำหรับผลิตนายตำรวจขึ้นเอง ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ขณะดำรงพระยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพเสนาบดีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาและเห็นความจำเป็น จึงได้กราบบังคมทูลพะบรมสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อขอรับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ต่อมาพระบรมสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้จัดตั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ตามความกราบบังคมทูลขอ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อวันที่ 19 เมษายน ร.ศ. 121 ( พ.ศ.2445 ) ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นแก่เหล่านักเรียนนายร้อยตำรวจ















