"....พูดแบบคนไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องการคลังการเศรษฐกิจ แต่ว่าลองนึกดูถ้าสมมติว่า ใช้ของที่ทำในเมืองไทย ทำในประเทศได้เองแล้วก็ทำได้ดีมาก อ้อยที่ปลูกที่ต่าง ๆ เขาบ่นว่ามีมากเกินไปขายไม่ได้ ราคาตก เราก็ไปซื้อในราคาที่ดีพอสมควร มาทำแอลกอฮอล์แล้วผู้ที่ปลูกอ้อยก็ได้เงิน ผู้ที่ทำแอลกอฮอล์ก็ได้เงิน...." ส่วนหนึ่งของพระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานแก่ผู้เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๔๓
ภาวะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างไม่ลดละติดต่อกันอย่างยาวนานจากราคาบาเรลละ ๓๕ เหรียญสหรัฐ เมื่อกลางปี ๒๕๔๗ เป็นบาเรลละ ๖๗ - ๗๐ เหรียญสหรัฐ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๔๘ มีสาเหตุพื้นฐานจากกรณีที่แหล่งน้ำมันดิบในโลกมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่อุปสงค์มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอุปสงค์จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและอินเดีย
สภาวการณ์ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมากในระยะ ๒ ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลมาก พระวิริยะอุตสาหะในการวิจัยค้นหาพลังงานทดแทนเพื่อเป็นทางเลือกในยามคับขันโดยใช้วัสดุเกษตรกรรมภายในประเทศ แม้ว่าในระยะเริ่มต้นจะมีต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงและภาคเอกชนจะไม่สนใจลงทุน ก็ไม่ทรงท้อแท้พระราชหฤทัย ผลจากการที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นประมาณ ๑ เท่าตัวภายในระยะเวลาเพียง ๑ ปีที่ผ่านมา ก็ทำให้ปริมาณการใช้แก๊สโซฮอล์ภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นจากเฉลี่ยเพียงวันละ ๐.๒ ล้านลิตรในเดือนมกราคม ๒๕๔๘ เป็น ๒.๕ ล้านลิตรในเดือน กันยายน ๒๕๔๘ หรือเพิ่มขึ้นกว่า ๑๒ เท่า และสถานีบริการแก๊สโซฮอล์ก็เพิ่มขึ้นจากเพียง ๑ สถานีในปี ๒๕๔๔ เป็น ๔,๐๐๐ สถานี ในเดือน กันยายน ๒๕๔๘ (ข้อมูลจากการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย)















