รางวัลความสำเร็จสูงสูดด้านการพัฒนามนุษย์
นายโคฟี่ อันนัน เลขาธิการสหประชาติ กล่าวสุนทรพจน์ เพื่อถวายสดุดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
“...ในบ่ายวันนี้ ผมจะได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ในการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และผมมีความรู้สึกปีติยินดีอย่างยิ่ง ในเกียรติที่ผมได้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ได้ร่วมเฉลิมพระเกียรติถวายรางวัลดังกล่าว แต่พระองค์ ในวโรกาสแห่งการเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบหกสิบปี
สำหรับสหประชาติ พิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรตินี้ มีความหมายสำคัญยิ่ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่สหประชาชาติได้จัดทำรางวัลเกียรติยศนี้ เพื่อมอบแก่บุคคลดีเด่น ที่ได้อุทิศตน ตลอดช่วงชีวิตและสร้างคุณค่าของผลงานอันเป็นที่ประจักษ์และเป็นคุณปการที่ผลักดันความก้าวหน้าในการพัฒนาคน
การพัฒนาคนโดยแก่นแท้แล้วเป็นแนวทางเรียบง่ายการพัฒนาคนเป็นเรื่องของการสร้างเสริมขีดความสามารถแก่ประชาชนมิใช่เพื่อเพียงคนสองสามคม มิใช่เพื่อคนจำนวนมาก แต่เพื่อคนทั้งปวงโดยถ้วนทั้ง การสร้างเสริมขีดความสามารถทำได้โดยผ่านทางการศึกษา การขยายโอกาสและทางเลือกสุขอนามัยและโภชนาการ การพัฒนาคนเป็นเรื่องของการสร้างเสริมขีดความสามารถในการขยายโอกาสแก่ปัจเจกชน ที่จะเลือกให้มีชีวิตยืนยาวด้วยการมีสุขพลามัยที่แข็งแรง เป็นบุคลากรที่มีความรู้และความคิดที่สร้างสรรค์ การพัฒนาคนเป็นการพัฒนาที่ให้คนเป็นเป้าหมายศูนย์กลางในการพัฒนา โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความเติบโตทางเศรษฐกิจและอย่างยั่งยืนสิทธิมนุษยชนและความมั่นคงในชีวิต ความเท่าเทียมกันและการมีส่วนร่วมทางการเมือง
สหประชาชาติให้ความสำคัญด้านการพัฒนาคนเป็นลำดับแรก และเราคงเพียรพยายามอย่างเต็มที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคน โดยผ่านรายงานการพัฒนาคนของยูเอ็นดีพีทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ ผ่านโครงการพัฒนาต่าง ๆ ภายใต้ทีมงานสหประชาชาติประจำประเทศต่าง ๆ ใน ๑๖๖ ประเทศทั่วโลก และโดยผ่านรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์นี้
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ หากการพัฒนาคนหมายถึงการให้ลำดับความสำคัญประชาชนเป็นอันดับแรก ไม่มีสิ่งอื่นใดอีกแล้วที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการพัฒนาคนภายใต้แนวทางการพัฒนาคนขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบรมราชาภิเษกเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติในปีพุทธศักราช ๒๕๘๙ พระองค์ได้ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการไว้ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา พระองค์ได้ทรงอุทิศกำลังพระวรกายและทรงงานโดยมิรู้เหน็ดเหนื่อยเพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของปวงชนชาวไทย โดยมิได้เลือกเชื่อชาติ วรรณะ และศาสนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับการขนานพระนามจากชาวโลกว่า “ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา” พระองค์ทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรที่ยากไร้และด้วยโอกาสทั่วทุกภูมิภาค ทรงสดับตับพังปัญหาทุกข์ยากของราษฎรและทรงมีพระเมตตาพระราชทานแนวทางการดำรงชีพเพื่อให้ประชาชนของพระองค์สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงงานด้านการพัฒนาชนบท ยังประโยชน์นานัปการต่อประชาชนนับล้านในประเทศ อาทิ โครงการที่มุ่งเน้นการเกษตรขนาดเล็กด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน รวมทั้งการป้องกันและบรรเทาความเดือนร้อนจากน้ำท่วมและภัยแล้ง นอกจากนั้นโครงการพัฒนาพื้นที่สูงในภาคเหนือ ภายใต้โครงการในพระราชดำริได้เปลี่ยนสภาพพื้นที่ปลูกฝิ่นให้กลายเป็นแหล่งปลูกพืชทดแทน โครงการต่าง ๆ ในพระราชดำริเพื่อพัฒนาชนบททำให้คนในพื้นที่มีสุขอนามัยดีขึ้นมีโอกาสในการศึกษาและยังให้ประโยชน์สุขแก่ประชาชนในพื้นที่และผู้อยู่อาศัยบริเวณเขตชายแดนไทยแถบพม่าและลาวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ในด้านการพัฒนาสังคมภายใต้โครงการพระราชดำริต่างๆ พระองค์ท่านได้ทรงสนับสนุนด้านสุขอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก มีการรณรงค์ลดภาวการณ์ขาดไอโอดีน รวมทั้งส่งเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาและการยกระดับพัฒนาชีวิตของประชาชนชาวไทย อนึ่งด้วยพระปรีชาสามารถในการเป็นนักคิดของพระองค์ท่านทำให้นานาประเทศตื่นตัวในการปรับปรุงแบบการพัฒนาภายใต้แนวคิดใหม่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ชี้แนวทางการพัฒนาที่มุ่งเน้นความสมดุลองค์รวมและยั่งยืน โดยเน้นหลักการความสมดุลองค์รวมและยั่งยืน โดยเน้นหลักการความพอประมาณและการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอที่จะต้านทานและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากกระแสโลกาภิวัตน์ ปรัชญาดังกล่าว ซึ่งเน้นแนวทาง “การเดินสายกลาง” ทำให้สหประชาชาติมีปณิธานมุ่งมั่นพัฒนาคนให้ประชาชนเป็นเป้าหมายศูนย์กลางในการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนต่อไป
โครงการพัฒนาและปรัชญาแนวความคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นแนวทางในการพัฒนาของพระองค์ท่านและสำหรับประชาชนทุกหนแห่ง
รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์นี้สหประชาชาติมีปณิธานที่จะส่งเสริมประสบการณ์และแนวทางการปฏิบัติ ในการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันทรงคุณค่าอย่างหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน เพื่อจุดประกายแนวความคิดการพัฒนาแบบใหม่สู่นานาประเทศ
เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ความสำเร็จสูงสุดและความมุ่งมั่นในประราชหฤทัยในการพัฒนาคนสำหรับประชาชนของพระองค์...”
ทฤษฎีใหม่ พอเพียงอภิวัตน์ ฟื้นวิถีไทยนำวิถีโลก
“…ทฤษฎีใหม่นี้มีไว้ป้องกันความขาดแคลน
ในยามปกติก็จะทำให้ร่ำรวยมากขึ้น
ในยามที่มีอุทกภัย ก็สามารถที่จะฟื้นตัวได้รวดเร็ว
โดยไม่ต้องให้ราชการไปช่วยมากเกินไป
ทำให้ประชาชนมีโอกาสพึ่งตนเองได้อย่างดี
ฉะนั้นจึงสนับสนุนให้มีการปฏิบัติตามทฤษฎีใหม่...”
พระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต
วันจันทร์ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๘















