
เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๓ เป็นวันมหามงคลครบ ๕๐ ปี แห่งการราชาภิเษกสมรส ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๓ เป็นปีที่ครบ ๕๐ ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าสู่พิธีบรมราชาภิเษกเถลิงถวัลยราชสมบัติ มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช ได้พิจารณาเห็นว่าสมควรที่จะจัดงานเฉลิมพระเกียรติและเฉลิมฉลองร่วมกับภาครัฐบาลในนามของพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงได้จัดงานเฉลิมฉลองโดยใช้ชื่อว่า การจัดงาน “กาญจนาราชาภิเษก” ระหว่างวันที่ ๒๗ เมษายน - ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๓ โดยได้จัดให้มี พิธีการ การเฉลิมฉลองและกิจกรรมต่างๆ หลายกิจกรรม สำหรับกิจกรรมที่สำคัญยิ่ง ได้แก่การสร้างระฆังทองคำคู่ ขนาดความสูง ๙ เซนติเมตร ความกว้าง ๕.๙ เซนติเมตร เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในนามพสกนิกรทั่วประเทศ และในโอกาสเดียวกันก็ได้สร้างระฆังจำลองขนาดความสูง ๑๓๙ เซนติเมตร ความกว้าง ๕๙ เซนติเมตร จำนวน ๑ คู่ โดย ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้กรุณาเป็นประธานในพิธีหล่อระฆัง ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๔๓ และเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๔ มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช พร้อมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายระฆังทองคำคู่ คงเหลือแต่ระฆังจำลองคู่ยังไม่ได้นำไปประดิษฐาน เนื่องจากยังไม่มีสถานที่ก่อสร้างจึงเก็บรักษาระฆังไว้ที่วัดระฆังโฆสิตาราม
๒. การดำเนินการก่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติราชาภิเษกสมรสคณะกรรมการมูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งพ่อค้าประชาชน ได้พิจารณาว่าปี ๒๕๔๗ เป็นปีมหามงคลอย่างยิ่งที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖ รอบ สมควรที่จะสร้างหอเฉลิมพระเกียรติฯ ให้เป็นที่เรียบร้อย โดยได้พิจารณาสถานที่เหมาะสมในการก่อสร้างหอเฉลิม พระเกียรติราชาภิเษกสมรส ลำดับที่ ๑ ได้แก่พื้นที่ใน “พุทธมณฑล” ลำดับที่ ๒ ได้แก่พื้นที่ใน “สวนหลวง ร.๙” โดยกรมศิลปากรและกรมโยธาธิการและผังเมืองรับผิดชอบในการออกแบบ
๓. ความคืบหน้าเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๔๗ คณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาพุทธมณฑล ได้ทำการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี ฯพณฯ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณาในวาระแรก เรื่องที่มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช ขออนุญาตใช้พื้นที่บริเวณพุทธมณฑลสร้างหอเฉลิมพระเกียรติ ที่ประชุมได้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบแล้วมีมติเห็นชอบในหลักการอนุญาตให้มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช ก่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติที่พุทธมณฑลได้โดยให้ดำเนินการดังนี้
๓.๑ ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นเจ้าของเรื่อง โดยให้มีคณะกรรมการจากหน่วยงานต่างๆ เช่น มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช , กรมศิลปากร กรมโยธา ธิการและผังเมือง , กระทรวงการคลัง
๓.๒ รูปแบบการก่อสร้างสมควรจะก่อสร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยก่อสร้าง หอระฆัง หอกลอง หอนาฬิกา ไว้ในอาคารเดียวกัน
๓.๓ ลักษณะอาคารควรจะเป็นศิลปะร่วมสมัยรัชกาลปัจจุบัน
๓.๔ งบประมาณ รัฐบาลจะสนับสนุนค่าก่อสร้าง ๕๐ เปอร์เซ็นต์
๔. เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๗ คณะทำงานหาข้อมูลรายละเอียดการใช้ที่ดินของพุทธมณฑลก่อสร้างอาคารและศาสนสถาน ได้ประชุมพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ที่ดินของพุทธมณฑล ก่อสร้างอาคารและศาสนสถาน ณ ห้องประชุมพระมงคลเทพมุนี อาคารหอประชุมพุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ที่ประชุมมีมติให้ก่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติฯ ณ บริเวณพื้นที่ติดถนนด้านหน้าองค์พระโดยก่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน ๒ หอ เพื่อประดิษฐานระฆังมหาราชหนึ่งหอและระฆังมหาราชินีอีกหนึ่งหอ ส่วนตัวอาคารกำหนดให้ก่อสร้างบริเวณด้านหลังหอประชุมเพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระภิกษุ
หลังจากเลิกประชุมแล้วคณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้ไปดูสถานที่ก่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติฯ และมีความเห็นว่าการสร้างหอเฉลิมพระเกียรติฯ ณ บริเวณพื้นที่ติดถนนหน้าองค์พระจำนวน ๒ หอ ส่วนตัวอาคาร ก่อสร้างอยู่บริเวณหลังหอประชุม ซึ่งอยู่ห่างจากหอเฉลิมพระเกียรติฯ ประมาณ ๕ กิโลเมตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ ซึ่งคณะกรรมการมูลนิธิฯ พิจารณาแล้วการก่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติฯ และอาคารตามที่คณะทำงานฯ กำหนด ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่มูลนิธิฯ กำหนดไว้
๕.เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๘ คณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้ทำการประชุมหารือพิจารณาหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการก่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติฯ อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากได้รับการสอบถามจากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะจากคณะกรรมการที่รับผิดชอบในการรักษาระฆัง (ฝากไว้ที่วัดระฆังโฆสิตาราม) ว่าจะสร้างที่ไหน เมื่อใดเนื่องจากเวลาได้ล่วงเลยมาเนิ่นนานแล้ว และในปี ๒๕๔๘ เป็นปีที่ครบ ๕๕ ปี แห่งการราชาภิเษกสมรส ปี ๒๕๔๙ เป็นปีที่ครบ ๖๐ ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติ และปี ๒๕๕๐ เป็นปีที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ซึ่งเป็นวโรกาสมหามงคลอย่างยิ่งที่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าสมควรแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ประชุมได้มีมติให้หาสถานที่ก่อสร้างแห่งใหม่ โดยพิจารณาสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ที่จะสร้างใหม่เป็นหลัก
คณะกรรมการมูลนิธิฯ นำโดย ดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิฯ ได้ติดต่อประสานงานกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เห็นชอบในหลักการ จึงได้สำรวจสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานครเพื่อหาสถานที่ ๆ เหมาะสมในการก่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติฯ ปรากฏว่าไม่มีสวนสาธารณะแห่งใดเหมาะสม เนื่องจากส่วนมากแล้วจะคับแคบ เป็นจุดตัดของถนนหลาย ๆ สาย มีมลภาวะทางเสียงและอากาศเป็นพิษ
๖. ต่อมาเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๔๙ เลขาธิการมูลนิธิฯ ได้ไปหารือกับผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อทบทวนเกี่ยวกับการขออนุญาตสร้างหอเฉลิมพระเกียรติที่พุทธมณฑล ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธมณฑล โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะเป็นเจ้าของเรื่อง และจะนัดประชุมคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด แต่เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โครงการสร้างหอเฉลิมพระเกียรติราชาภิเษกสมรส จึงขาดช่วงไป
๗. เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ เลขาธิการมูลนิธิฯ และคณะได้หารือกับกรมธนารักษ์ และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อขอใช้พื้นที่บริเวณโรงงานสุราบางยี่ขัน (เดิม) เชิงสะพานพระราม ๘ ฝั่งธนบุรีด้านหน้าติดแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันกรุงเทพมหานครขอใช้พื้นที่สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ ๘ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานพิจารณาแล้วให้ความเห็นชอบในเบื้องต้น มูลนิธิฯ จึงได้มีหนังสือกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้กรุณาให้ความเห็นชอบและให้มูลนิธิฯ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมหารือ ซึ่งเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๐ มูลนิธิฯ ได้เชิญกรมธนารักษ์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมศิลปากร กรมโยธาธิการและผังเมือง กรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการมูลนิธิฯ มาประชุมหารือผลการประชุมสรุปให้ดำเนินการดังนี้
๗.๑ ให้มูลนิธิฯ ขอใช้พื้นที่จากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างหอเฉลิม พระเกียรติฯ จำนวน ๕ ไร่ โดยขอให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมส่งมอบพื้นที่จำนวน ๕ ไร่ คืนกรมธนารักษ์และให้มูลนิธิฯ เช่าพื้นที่ดังกล่าวจากกรมธนารักษ์
๗.๒ กรมศิลปากร กรมโยธาธิการและผังเมือง รับผิดชอบในการออกแบบ หอเฉลิมพระเกียรติฯ และควบคุมการก่อสร้าง
๘. เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ มูลนิธิฯ ได้รับแจ้งจากกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าที่ราชพัสดุบริเวณโรงงานสุราบางยี่ขัน อยู่ในความครอบครองของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ปัจจุบันได้อนุญาตให้สถาบันอาหาร ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรมใช้เป็นสถานที่ตั้งศูนย์ความรู้ด้านอาหารปลอดภัย และกระทรวงวัฒนธรรมและมหาวิทยาลัยศิลปากร ใช้เป็นสถานที่ตั้งสถาบันกัลยาณิวัฒนา เพื่อความเป็นเลิศทางด้านดนตรีคลาสสิกแล้ว จึงไม่สามารถให้มูลนิธิฯ ใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าวได้
๙. เนื่องจากในปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ จะเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงราชา ภิเษกสมรสครบ ๖๐ ปี นับเป็นวาระแห่งความปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ของพสกนิกร ชาวไทยทั้งมวล โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน บ้านเมืองมีความวุ่นวาย และคนไทยแตกแยก ในด้านความคิด จึงเป็นเรื่องดีที่ชาวไทยทุกฝ่ายจะได้มาช่วยกัน ร่วมแรง ร่วมใจกันด้วยความสมัครสมานสามัคคี
แสดงออกซึ่ง ความจงรักภักดี และเป็นอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์อันสำคัญยิ่งของชาติ ด้วยการสร้างหอเฉลิมพระเกียรติราชาภิเษกสมรส น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๑ พระเทพวิสุทธิเมธี เจ้าอาวาส วัดระฆังโฆสิตาราม ดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้ทำการแถลงข่าวเกี่ยวกับการรับมอบที่ดินและเงินเพื่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติราชาภิเษกสมรส ที่ดินตั้งอยู่ตรงข้ามวัดเฉลิมพระเกียรติ ทิศเหนือจรด ถนนนนทบุรี ๑ ทิศใต้จรดแม่น้ำเจ้าพระยา เนื้อที่ ๑๕ ไร่ ๑ งาน ตำบลบางแพรก อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี















