โครงการชลประทาน - ลุ่มน้ำในประเทศไทย

ดัชนีบทความ
โครงการชลประทาน
พระราชทานพระราชดำริ
การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ
ฝายทดน้ำ
โครงการแก้มลิงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ประตูระบายน้ำคลองมหาชัย
การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
การระบายน้ำออกจากพื้นที่
การก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำ
ลุ่มน้ำในประเทศไทย
น้ำเค็มและน้ำกร่อย
น้ำเน่าเสีย
หลักการบำบัดน้ำเสียโดยการทำให้เจือจาง (Dilution)
หลักการบำบัดน้ำเสียโครงการกรองน้ำเสียด้วยผักตบชวา (Filtration)
ทุกหน้า

ลุ่มน้ำในประเทศไทย

ลุ่มน้ำสาละวิน

ลุ่มน้ำสาละวินมีพื้นที่ลุ่มน้ำทั้งหมด ๒๙,๕๐๐ ตร.กม. เฉพาะที่อยู่ในประทเศไทย ๑๗,๙๒๐ ตร.กม. ครอบคุลมพื้นที่ใน ๓ จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน ตาก และเชียงใหม่ ลุ่มน้ำสาละวินมีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งหมดประมาณ ๑๑๒,๕๖๑ ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นปริมาณน้ำท่าต่อเวลาต่อพื้นที่ ๑๒๐.๘ ลิตร/วินาที/ตร.กม. สำหรับพื้นที่ที่อยู่ในส่วนของประเทศไทยลุ่มน้ำสาละวินมีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยประมาณ ๘๕.๖๐ ล้าน ลบ.ม./ปี หรือมีปริมาณน้ำท่าต่อเวลาต่อพื้นที่ผันแปรระหว่าง ๕.๕-๔.๔ ลิตร/วินาที/ตร.กม. มีความต้องการน้ำสำหรับการชลประทาน ๖๒๐ ล้าน ลบ.ม./ปี แต่สามารถผันน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานได้ ๕๙๗ ล้าน ลบ.ม./ปี นับว่ามีการขาดแคลนน้ำอยู่

ในปัจจุบันไม่มีโครงการขนาดใหญ่ มีแต่โครงการขนาดเล็ก และโครงการสูบน้ำสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ประมาณ ๑๘๗,๐๐๐ ไร่ จากการศึกษาพบว่าในแผนระยะสั้นที่ส่งน้ำเพิ่มขึ้นได้ประมาณ ๒๔,๒๐๐ ไร่ และในแผนระยะยาว ส่งน้ำให้กับพื้นที่ประมาณ ๑๔๑,๘๐๐ ไร่ ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่ส่งน้ำทั้งหมดประมาณ ๓๕๓,๐๐๐ ไร่

ลุ่มน้ำโขง

ลุ่มน้ำโขงมีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๕๗,๔๒๒ ตร.กม. แยกเป็น พื้นที่ลุ่มน้ำทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๔๖,๖๗๐ ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ ๖ จังหวัด ได้แก่ สกลนคร นครพนม เลย มุกดาหาร อุดรธานี และหนองคาย

พื้นที่ครอบคลุมทางภาคเหนือ ๗,๗๕๐ ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ ๒ จังหวัด ได้แก่ เชียงรายและพะเยา ในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่โขงในภาคเหนือแบ่งเป็น ๙ ลุ่มน้ำย่อย มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปีรวม ๒,๕๖๗.๖ ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย/เวลา/พื้นที่ผันแปรระหว่าง ๗๒.๘๘ ลิตร/วินาที่/ตร.กม. ปรมาณน้ำฝน รายปีผันแปรระหว่าง ๑,๑๐๐-๑,๘๐๐ มม. จากการวิเคราะห์สถานการณ์ในลุ่มน้ำโขง

ในภาคเหนือพบว่า มีความต้องการน้ำรวม ๒๖๑ ล้าน ลบ.ม. เพื่อโครงการขนาดกลาง ๓๕ ล้าน ลบ.ม. โครงการขนาดเล็ก ๓๔ ล้าน ลบ.ม. และโครงการสูบน้ำ ๑๔๒ ลบ.ม. ซึ่งยังมีน้ำเพียงพอ แต่จากโครงการขนาดกลางและโครงการสูบน้ำที่เสนอใน การพัฒนาแหล่งน้ำต่อไปนั้น ปรากฏว่ามีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นรวม ๒,๒๘๕ ล้าน ลบ.ม.และมี ๔ ลุ่มน้ำย่อยที่ขาดแคลนน้ำ (แม่น้ำโขงตอนบน เชียงของ แม่น้ำอิงตอนบน และแม่น้ำโขงส่วนที่ ๒) ในการพัฒนาแหล่งน้ำมีแผนสำหรับโครงการขนาดใหญ่ ที่สำคัญ ๒ โครงการ คือ
- โครงการกก-อิง-น่าน (โดยกรมชลประทาน) ส่งน้ำให้กับพื้นที่ได้ ๑.๗ ล้านไร่
- โครงการกก-อิง-น่าน โครงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและกรมชลประทาน ส่งน้ำให้กับพื้นที่ ๐.๘ ล้านไร่

ลุ่มน้ำกก

ลุ่มน้ำกกมีพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ ๑๐,๘๕๐ ตร.กม. มีพื้นที่ลุ่มน้ำอยู่ในประเทศไทย ๗,๘๙๕ ตร.กม. ตรอบคลุมพื้นที่ใน จ.เชียงราย และเชียงใหม่ แม่น้ำกกแบ่งออกเป็น ๔ ลุ่มแม่น้ำย่อย โดยมีปริมาณน้ำท่า เฉลี่ยรายปีต่อเวลาต่อพื้นที่ผันแปรระหว่าง ๑๐.๔-๒๒.๒ ลิตร/วินาที/ตร.กม. จากการวิเคราะห์สถานะการณ์ในปัจจุบันพบว่า มีความต้องการน้ำสำหรับพืนที่เพาะปลูก ๘๒๐ ล้าน ลบ.ม./ปี โดยมีการเพาะปลูกเกือบเต็ม พื้นที่ในฤดูฝนโดยเฉพาะพื้นที่ในลุ่มน้ำฝางและแม่ลาวตอนบน มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่ดำเนินโดยกรมชลประทาน กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน และสำนักงานเร่งรัด พัฒนาชนบท ๑๑๕ โครงการ (๔๒๐,๙๙๕ ไร่) จากลักษณะการกระจายน้ำของน้ำท่าในเดือนต่างๆ พบว่า ยังสามารถพัฒนาระบบชลประทานสูบน้ำ จากปริมาณน้ำ ที่มีอยู่ในธรรมชาติ ได้ จำนวนหนึ่ง ในกรณีที่ไม่มีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำได้ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำกก ควรเน้นหนักไปทางด้านการเก็บกักน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ของแหล่งชุ มชนในลุ่มน้ำเนื่องจากมีพื้นที่เริ่มมีปัญหาแหล่งน้ำดิบไม่พอ .โดยเฉพาะในฤดูแล้งซึ่งได้เสนอให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ แม่นาวาง อ.ฝาง มีปริมาณเก็บกักน้ำประมาณ ๓๓.๘ ล้าน ลบ.ม. สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ได้ ๑๘,๗๙๐ ไร่และโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สรวงปริมาตรเก็บกักน้ำประมาณ ๑๓๐ ล้าน ลบ.ม. ส่งน้ำให้กับพื้นที่เพาะปลูกในฤดูแล้งให้กับโครงการแม่ลาว และโครงการฝายชัยสมบัติ (๒๕๐,๐๐๐ ไร่)

ลุ่มน้ำชี

ลุ่มน้ำชี มีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๔๙.๔๗๗ ตร.กม. หรือประมาณ ๓๐.๙๒ ล้านไร่คิดเป็น ๙.๗% ของพื้นที่ทั้งประเทศครอบคลุมพื้นที่ ๑๒ จังหวัด ในบางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนบนจังหวัดที่มีพื้นที่ทั้งจังหวัดอยู่ในลุ่มน้ำมี ๒ จังหวัด ได้แก่ชัยภูมิและกาฬสินธุ์ ส่งนจังหวัดที่มีพื้นที่บางส่วนของจังหวัดอยู่ในลุ่มน้ำมี ๑๐ จังหวัด ได้แก่ เลย ยโสธร ขอนแก่น นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีษะเกษ อุบลราชธานี อุดรธานี และหนองบัวลำภู

จากการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาทางเศษรฐกิจและสังคมแห่งชาติ (๒๕๓๗)ได้แบ่งพื้นที่ในลุ่มน้ำชีออก เป็น ๗ ลุ่มน้ำย่อยมีปริมาณน้ำฝนรายปีเฉลี่ย ระหว่าง ๘๐๐-๑,๕๐๐ มม. มีประมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยต่อหน่วยเวลาและพื้นที่ระหว่าง ๔.๐-๘.๗ ลิตร/วินาที่/ตร.กม.

ในสภาพปัจจุบันปริมาณน้ำท่าทั้งหมด ในลุ่มน้ำชีไหลลงสู่แม่น้ำมูลเฉลี่ย ประมาณ ๘,๗๕๒ ล้าน ลบ.ม./ปี

ลุ่มน้ำน่าน

ลุ่มน้ำน่าน อยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่รับน้ำฝน ๓๔,๓๓๐ ตร.กม. ปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ยปีละ ๙,๑๕๘.๐ ล้าน ลบ.ม. ลักษณะทั่วไปสภาพภูมิประเทศในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำน่านตอนบน เป็นเทือกเขาและมีที่ราบในหุบเขาส่วนพื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำน่านตอนล่าง เป็นที่ราบพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดพิจิตร ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งลุ่มน้ำ ๑,๒๔๒.๗ มม. อุณหภูมิรายเดือนเฉลี่ยระหว่าง ๒๐.๗-๓๐.๖ องศาเซลเซียสความหนาแน่น ของประชากรเฉลี่ย ๖๗.๗๘ คน/ตร.กม ปริมาณฝน รวมทั้งปีเฉลี่ยมากที่สุด ๑,๓๑๙.๔ มม. ที่อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ปริมาณฝนรวมทั้งปีเฉลี่ยน้อยที่สุด ๙๓๓.๒ มม. ที่อ.นาน้อย

ลุ่มน้ำมูล

ลุ่มน้ำมูลมีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๖๗,๗๐๐ ตร.กม. หรือ ๔๓-๕๖ ล้านไร่ (หรือ๑๓.๖% ของพื้นที่ลุ่มน้ำทั้งประเทศ จากการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (๒๕๓๗ ได้แบ่งพื้นที่ในลำน้ำมูลออกเป็น ๒๓ ลุ่มน้ำย่อย

มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปีระหว่าง ๑,๐๐๐-๑,๘๐๐ มม. มีปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยต่อหน่วยเวลาและพื้นที่ ระหว่าง ๒.๐-๗.๖ ลิตร/วินาที/ตร.กม. ในสภาพปัจจุบันปริมาณน้ำท่าทั้งหมดในลุ่มน้ำมูลไหลลงสู่แม่น้ำโขงเฉลี่ยประมาณ ๒๖,๖๕๕ ล้าน ลบ.ม./ปี ปัจจุบันมีการพัฒนาแหล่งน้ำของหน่วยงานต่าง ๆ ในลำน้ำมูล แยกเป็น
- โครงการขนาดใหญ่ ๙ โครงการ
- ขนาดกลาง ๑๐๐ โครงการ
- ขนาดเล็ก ๑,๐๘๔ โครงการ
- และอื่นๆ (ฝายน้ำล้นทำนบดิน สูบน้ำและขุดคลองฯลฯ)

ลุ่มน้ำปิง

ลุ่มน้ำปิงมีพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณน้ำ ๓๓,๘๙๘ ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง ๕ จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยที่ จังหวัดนครสวรรค์ ๗,๙๖๕ ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น average annual specific yield ๗.๕ ลิตร/วินาที/ตร.กม. มีโครงการขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำปิงตอนบน ๖ โครงการ คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่กวง ฝายแม่แตง ฝายแม่แฝก และฝายแม่ปิงเก่า และในลุ่มน้ำปิงตอนล่าง ๔ โครงการ คือ ท่อทองแดง คลอง วังบัว คลองวังยาง คลองหนองขวัญ เขื่อนภูมิพลนับว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สำคัญที่สุด ในลุ่มน้ำปิง มีความจุใช้งานของอ่าง ๑๓,๔๖๒ ล้าน ลบ.ม. สามารถเก็บและเพิ่มปริมาณน้ำท่าในฤดูแล้งให้กับพื้นที่ท้ายเขื่อนจาก ๑๘% เป็น ๕๗% ของ ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย รายปี

ในปัจจุบันมีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยปีละ ๔,๖๐๐ ล้าน ลบ.ม. ลดลงจากปริมาณน้ำท่าจากช่วง ๑๐ ปี ก่อนปีละ ๑๐ ล้าน ลบ.ม. อันเนื่องมาจกาการพัฒนาแหล่งน้ำตอนบนของลุ่มน้ำ

ลุ่มน้ำวัง

ลุ่มน้ำวัง อยุ่ทางภาคเหนือของเประเทศไทยครอบคุลมพื้นที่รับน้ำฝน ๑๐,๗๙๑ ตร.กม. มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ยนปีละ ๑,๑๐๓.๖ ล้าน ลบ.ม.
ลักษณะทั่วไป สภาพภูมิประเทศในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่วังตอนบนเป็นเทือกเขาและมีที่ราบในหุบเขา ส่วนพื้นที่ลุ่มน้ำแม่วังในเขตตัวเมืองลำปาง
มีปริมาณฝนรายปีเฉลี่ยทั้งลุ่มน้ำ ๑,๐๔๘.๐มม. อุรหภูมิรายเดือนเฉลี่ยระหว่าง ๒๖.๐-๒๙.๕ องศาเซลเซียส ความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ย ๕๔.๙๓ คน/ตร.กม. ปริมาณฝนรวมทั้งปีเฉลี่ยมากที่สุด ๑,๑๓๖.๙ มม. ที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง และ ปริมาณฝนรวมทั้งปีเฉลี่ยน้อยที่สุด ๙๘๗ มม. ที่ อ.แม่พริก จ.ลำปาง ปริมาณน้ำท่ามีค่าระหว่าง ๓.๑๓-๙.๒๕ ลิตร/วินาที/ตร.กม. ปริมาณน้ำหลากเฉลี่ยมีค่าประมาณ ๐.๔๗ ลบ.ม./วินาที/ตร.กม. อัตราการกัดเซาะหน้าดิน ๐.๐๕ มม./ปี บ่อน้ำบาดาลที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรธรณี กรมโยธาธิการ สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท กรมอนามัย มีจำนวนรวม ๔,๓๒๗ บ่อ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในปัจจุบันในลุ่มน้ำแม่วัง ประกอบด้วยโครงการชลประทานขนาดใหญ่และขนาดกลาง ๑๐ โครงการ มีพื้นที่ส่งน้ำ ๑๗๑,๕๙๐ ไร่ โครงการชลประทานขนาดเล็ก ๑๕๘ โครงการ มีพื้นที่ส่งน้ำ ๒๕๕,๔๕๐ ไร่ และโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ๒๙ โครงการ มีพื้นที่ส่งน้ำ ๔๕,๓๑๐ ไร่โครงการส่งน้ำให้โรงไฟฟ้าพลังความร้อนแม่เมาะ ๘ โครงการ มีความต้องการและปริมาณการใช้น้ำในด้านต่างๆประมาณ ๖๐๑,๘๕ ล้าน ลบ.ม. ในปี ๒๕๓๙ ไม่มีการก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดกลาง แต่มีการใช้น้ำเพิ่มขึ้น ในด้านอุปโภค-บริโภค และ การใช้น้ำการผลิตไฟฟ้าโดยมีความต้องการปริมาณ การใช้น้ำในด้านต่างๆ ประมาณ ๖๕๗.๒๙ ล้าน ลบ.ม. ในปี ๒๕๔๙ ได้เสนอให้พัฒนาโครงการชลประทานขนาดใหญ่และขนาดกลาง โดยก่อสร้างโครงการเขื่อนกิ่วคอหมา จังหวัดลำปางมีความจุเก็บน้ำ ๒,๔๐๕ ล้าน ลบ.ม. สามารถส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูก รวม ๘๙,๙๔๕ ไร่ เพื่อสนองความต้องการน้ำ และ ปริมาณการใช้ในด้านต่างๆประมาณ ๑,๐๑๕.๙๐ ล้าน ลบ.ม. ในระยะสั้น (ปี ๒๕๓๗-๒๕๓๙) ได้ประมาณเงินลงทุนโครงการพัฒนนาแหล่งน้ำด้านต่างๆรวมเป็นเงิน ๔๕๐.๔๐ ล้านบาท เมื่อรวมอัตราเงินเฟ้อ ๕ เปอร์เซ็นต์/ปี เป็นเงินลงทุนรวม ๔๙๕.๖๕ ล้านบาท ในแผนระยะยาวปี (๒๕๔๐-๒๕๔๙) ได้ประเมินเงินลงทุนโครงการรวมเป็นเงิน ๔,๓๒๘.๐๘ ล้านบาท คิดราคาในปี ๒๕๓๖ เมื่อรวมอัตราเงินเฟ้อ ๕ เปอร์เซ็นต์/ปี เป็นเงินลงทุนรวม ๖,๑๔๑.๖๕ ล้านบาท ในปัจจุบันลุ่มน้ำแม่วัง ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน รวมทั้งการดำเนินการก่อสร้าง

โครงการชลประทานขนาดกลางบนลุ่มน้ำสาขา อาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในลุ่มน้ำวังในช่วงฤดูแล้ง ในอนาคตการพัฒนาโครงการแหล่งน้ำเขื่อนกิ่วคอหมาเป็นการบรรเทาปัญหาได้ในอนาคต

ลุ่มน้ำยม

ปริมาณน้ำไหลผ่านเฉี่ยปีละ ๒,๙๕๗.๓๗ ล้าน ลบ.ม. ลักษณะทั่วไปสภาพภูมิประเทศตอนบนเป็นเทือกเขา และมีที่ราบในหุบเขา พื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง เป็นที่ราบบริเวณจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก และพิจิตร มีประมาณน้ำฝนรยปีเฉลี่ยทั้งลุ่มน้ำ ๑,๑๑๘.๔ มม. อุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง ๒๖.๒-๔๓.๖ องศาเซลเซียส ความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ย ๗๒.๙๒ คน/ตร.กม. ปริมาณฝนรวมทั้งปีเฉลี่ยมากที่สุด ๑,๒๕๙.๘ มม. ที่อำภอร้องกวางจังหวัดแพร่ ปริมาณฝนรวมทั้งปีเฉลี่ยน้อยที่สุด ๘๙๓ มม. ที่อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ปริมาณน้ำท่าค่าระหว่าง ๓.๑๖-๘.๕๓ ลิตร/วินาที/ตร.กม. ปริมาณน้ำหลากเฉลี่ยมีค่าประมาณ ๐.๗๗ ลบ.ม./วินาที/ตร.กม. อัตราการกัดเซาะหน้าดิน ๐.๐๘ มม./ปี บ่อน้ำบาดาลที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรธรณี กรมโยธาธิการสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท และกรมอนามัย มีจำนวนรวม ๒,๓๒๓ บ่อ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในปัจจุบันในลุ่มแม่น้ำยม ประกอบด้วย โครงการชลประทานขนาดใหญ่และขนาดกลาง ๒๔ โครงการ มีพื้นที่ส่งน้ำ ๔๖๕,๑๔๕ ไร่ โครงการชลประทานขนาดเล็ก ๒๒๐ โครงการมีพื้นที่ส่งน้ำ ๔๘๗,๒๙๐ ไร่ และโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ๒๖ โครงการมีพื้นที่ส่งน้ำ ๔๑,๗๗๐ ไร่ โดยมีความต้องการและปริมาณการใช้น้ำในด้าน ต่างๆประมาณ ๙๑๓.๐๘ ล้าน ลบ.ม. ในปี ๒๕๓๙ มีการก่อสร้งโครงการชลประทานขนาดกลางแล้วเสร็จ คือ อ่างเก็บน้ำแม่สอง แม่ถาง จังหวัดแพร่ อ่งเก็บน้ำท่าแพ อ่างเก็บน้ำแม่สูง จังหวัดสุโขทัย และอ่างเก็บน้ำแม่มอกจังหวัดลำปาง มีความจุอ่างเก็บน้ำรวม ๒๖๒.๘ ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ชลประทานรวม ๑๕๔,๐๐๐ ไร่ ความต้องการและปริมาณการใช้น้ำในด้านต่างๆประมาณ ๑,๒๕๓.๔๙ ล้าน ลบ.ม. ในปี ๒๕๔๙ ได้เสนอให้พัฒนาโครงการชลประทานขนาดใหย๋และขนาดกลางเพื่อสนองความต้องการปริมาณการใช้น้ำในด้านต่างๆ ประมาณ ๒,๑๔๕.๒๔ ลบ.ม. โดยก่อสร้างโครงการเชื่อนเก็บกักน้ำแก่งเสือเต้น มีความจุอ่างเก็บน้ำ ๑,๑๗๕ ล้าน ลบ.ม. สามารถ ส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูกในช่วงฤดูแล้งได้รวม ๓๐๕,๔๐๐ ไร่ และ ดำเนินการก่อสร้งประตูระบายน้ำคลองกระจง จังหวัดสุโขทัย อ่างเก็นน้ำแม่สาย จังหวัดแพร่ อ่างเก็บน้ำห้วยทรวง จังหวัดสุโขทัย อ่างเก็บน้ำกองค่าย จังหวัดสุโขทัย และ อ่างก็ฐน้ำวั่งแดง จังหวัดลำปาง มีความจุอ่างเก็บน้ำรวม ๔๙.๖ ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ชลประทาน ๔๒,๐๐ ไร่ ในแผนระยะสั้น (ปี ๒๕๓๗-๒๕๓๙) ได้ประเมินเงินลงทุนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำด้านต่างๆ รวมเป็นเงิน ๖๔๒.๐๓ ล้านบาท เมื่อรวมอัตราเงินเฟ้อ ๕ เปอร์เซ็นต์/ปี เป็นเงินลงทุนรวม ๖๙๙.๑๒ ล้านบาท ในแผนระยะยาว (พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๙) ได้ประเมินเงินลงทุนโครงการรวมเป็นเงิน ๕,๕๐๘.๐๗ ล้านบาท คิดราคาในปี ๒๕๓๖ เมื่อรวมอัตรเงินเฟ้อ

แม่น้ำน่าน

จังหวัดน่าน ปริมาณน้ำท่ามีค่าระหว่าง ๐.๙๘-๒๘.๖ ลิตร/วินาที/ตร.กม. ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย ๑๐.๗ ลิตร/วินาที/ตร.กม. ปริมาณน้ำหลากเฉลี่ยมีค่าประมาณ ๑.๒๗ ลิตร/วินาที/ตร.กม. อัตรากรกัดเซาะหน้าดิน ๐.๐๙ มม./ปี บ่อน้ำบาดาลที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรธรณี กรมโยธาธิการ สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท กรมอนามัยมีจำนวน ๔.๐๕๕ บ่อ เขื่อนสิริกิตต์เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ปิดกั้นแม่น้ำน่านที่ อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ มีความจุอ่างใช้งาน ๖,๖๖๐ ล้าน ลบ.ม. ก่อให้เกิดประโยชน์ในการควบคุมและบริหารการใช้น้ำในลุ่มน้ำแม่น้ำน่าน โดยอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิตต์ได้ระบายน้ำในช่วงฤดูแล้ง ๔๐% ของปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี ซึ่ง แต่เดิมมีปริมาณน้ำท่าในฤดูแล้งเพียง ๑๔% ของปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในปัจจุบันบริเวณลุ่มน้ำแม่น้ำน่านประกอบด้วย โครงการชลประทานขนาดใหญ่และขนาดกลาง ๔๘ โครงการ และโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ๑๖๕ โครงการ มีพื้นที่ส่งน้ำ ๓๐๒,๖๐๐ ไร่ ความต้องการ และ ประมาณการใช้น้ำด้านต่างๆ ปริมาณ ๓,๒๕๒.๗๗ ล้าน ลบ.ม. ในปี ๒๕๓๙ มีการก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดกลางแล้วเสร็จคือ อ่างเก็บน้ำคลองตรอนมีความจุอ่างเก็บน้ำ ๖๐ ล้าน ลบ.ม. ส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทาน ๒๖,๖๐๐ ไร่ ความต้องการปริมาณการใช้น้ำในด้านต่างๆ ประมาณ ๓,๖๔๘.๘๓ ล้าน ลบ.ม. ในปี ๒๕๔๙ ได้เสนอให้พัฒนาโครงการชลประทานขนาดใหญ่และขนาดกลาง เพื่อสนองความต้องการปริมาณการใช้น้ำในด้านต่างๆ ประมาณ ๔,๗๕๗.๒๕ ล้าน ลบ.ม. โดยก่อสร้างโครงการเขื่อนเก็บกักน้ำแควน้อย จังหวัดพิษณุโลก มีความจุอ่างเก็บน้ำ ๑,๓๐๔ ล้าน ลบ.ม. สามารถส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูก ๑๕๕,๘๙๐ ไร่ ในฤดูฝนและ ๗๗,๙๕๐ ไร่ ในฤดูฝนและ ๗๗,๙๕๐ ไร่ ช่วยพื้นที่เพาะปลูกในฤดูแล้ง

ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๒๐,๑๒๕ ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ ๑๑ จังหวัดในภาคกลาง ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง อยุธยา สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ มีปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ย ๒๒,๐๑๕ ล้าน ลบ.ม. ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแม่น้ำสายหลักคือ น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีต้นกำเนิดเกิดจากแม่น้ำสาขา คือ ปิง วัง ยม และน่าน ไหลมาบรรจบกันที่ อำเภอปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ จากนั้นจะไหลผ่านทุ่งราบภาคกลางจนออกสู่อ่าวไทย ปริมาณน้ำท่าของลุ่มน้ำเจ้าพระยานั้น นอกจากได้รัรบน้ำจากลำน้ำสาขาตอนบน (ปิง วัง ยม น่าน) ที่จังหวัดนครสวรรค์แล้ว ยังได้รับปริมาณน้ำท่าจากลุ่มน้ำอื่นอีก ได้แก่ ลุ่มน้ำสะแกกรัง และลุ่มน้ำป่าสัก ปัจจุบันมีโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา ๒๕ โครงการ โครงการขนาดกลาง ๑๔ โครงการ โครงการขนาดเล็ก ๑๑๙ โครงการ และโครงการอื่นๆ (โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า,ขุดบ่อบาดาล) มีพื้นที่ชลประทานรวมทั้งสิ้น ๗.๕ ล้านไร่ (รวมพื้นที่ของลุ่มน้ำท่าจีนฝังตะวันออกและพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักตอนใต้) จากการประเมินความต้องการใช้น้ำในปัจจุบันพบว่าร้อยละ ๘๐ ของปริมาณน้ำใช้เพื่อเกษตร ซึ่งปัจจุบันได้ส่งน้ำให้แก่พื้นที่ชลประทานเฉลี่ยปีละ ๑๑,๔๐๐ ล้าน ลบ.ม. ช่วยเหลือพื้นที่นาปีได้เฉลี่ยปีละ ๖.๐ ล้านไร่ และนาปรังเฉลี่ยปีละ ๒.๕ ล้านไร่
พื้นที่ฝังตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา
- งาน ขุดลอกคลองในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ รังสิตใต้ คลองด่าน และพระองค์ไชยานุชิต จำนวน ๖๐ สาย ความยาว ๕๕๗.๑๒ กิโลเมตร
- งานกำจัดวัชพืชในทุกโครงการมีการขุดลอก จำนวน ๔๑ สาย ความยาว ๕๒๐.๙๔ กิโลเมตร
- งานก่อสร้างและปรับปรุงสถานีสูบน้ำ รวม ๑๑ แห่ง
- งานก่อสร้างประตูระบายน้ำ ๓ แห่ง
- งานปรับปรุงคันกั้นน้ำ ๒ แห่ง

พื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาประกอบด้วย
๑. งานขุดลอกคลองในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ดบางยี่หน พระยาบันลือ พระพิมล และภาษีเจริญ จำนวน ๕๑ สาย ความยาว ๒๗๘.๖๔ กิโลเมตร
๒. การกำจัดวัชพืชในทุกโครงการที่มีการขุดลอก จำนวน ๓๑ สาย ความยาว ๓๒๙.๕๖ กิโลเมตร
๓. งานก่อสร้างประตูระบายน้ำพร้อมติดตั้งสถานีสูบน้ำ จำนวน ๕ แห่ง

ลุ่มน้ำสะแกกรัง

ลุ่มน้ำสะแกกรังมีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๕,๑๙๒ ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดอุทัยธานีบางส่วนของ จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดกำแพงเพชร มีประมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี ๑,๒๙๗ ล้าน ลบ.ม. โดยที่ปริมาณน้ำท่าในลุ่มน้ำสะแกกรังจะไหลสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ลุ่มแม่น้ำสะแกกัง ประกอบด้วย ๔ ลุ่มน้ำย่อยได้แก่ ห้วยแม่วงศ์ (๒,๑๗๑ ตร.กม.) คลองโพธิ์ (๑,๒๑๑ ตร.กม.) ห้วยทับเสลา (๑,๒๕๓ ตร.กม.) สะแกรังตอนล่าง (๑,๕๕๗ ตร.กม.) ปัจจุบันโครงการพัฒนาแหล่งน้ำส่วนใหญ่ดำเนินการโดยกรมชลประทาน และมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เพียงแห่งเดียวในลุ่มน้ำคือ โครงการเขื่อนทับเสลามีความจุ ๑๖๐ ล้าน ลบ.ม. มีโครงการขนาดกลาง ๕ โครงการ โครงการขนาดเล็ก ๗๘ โครงการ และการขุดบ่อบาดาลรวมทั้งสิ้น ๑,๓๕๔ บ่อ มีพื้นที่รับประโยชน์ทั้งสิ้นประมาณ ๗๒๑,๖๕๐ ไร่

ลุ่มน้ำป่าสัก

ลุ่มน้ำป่าสักมีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๑๖,๒๙๒ ตร.กม. แม่น้ำป่าสักเป็นแม่น้ำสายหลักในลุ่มน้ำนี้ไหลจากเหนือสู่ใต้ มีต้นกำเนิดอยู่บริเวณเทือกเขาเพชรบูรณ์ในเขต อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และไหลผ่าน จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี และบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี ๒,๘๒๐ ล้าน ลบ.ม. ลุ่มน้ำป่าสักมีลำน้ำย่อย ๑๒ ลุ่มน้ำคือ ป่าสักตอนบน (๑,๕๓๙ ตร.กม.) ห้วยน้ำพุง (๖๕๘ ตร.กม.) ป่าสักส่วนที่ ๒ (๑,๓๗๒ ตร.กม.) ป่าสักส่วนที่ ๓ (๑,๓๒๓ ตร.กม.) ลำกง (๕๕๘ ตร.กม.) ป่าสักส่วนที่ ๔ (๑,๘๗๙ ตร.กม.) ป่าสักส่วนที่ ๕ (๑,๖๘๒ ตร.กม.) ห้วยเกาะแก้ว (๔,๘๘๒ ตร.กม.) ลำสนธ (๑,๔๑๔ ตร.กม.) ป่าสักส่วนที่ ๖ (๒,๘๘๕ ตร.กม.) ห้วยมวกเหล็ก (๕๗๕ ตร.กม.) ป่าสักตอนล่าง (๑,๙๑๘ ตร.กม.) ปัจจุบันมีโครงการขนาดใหญ่และขนาดกลาง ๑๙ โครงการ แบ่งออกเป็น โครงการอ่างเก็บน้ำ ๑๑ โครงการ สามารถเก็บน้ำได้ ๑๐๘ ล้าน ลบ.ม. โครงการฝายทดน้ำ ๔ โครงการ โครงการเขื่อนทดน้ำ ๒ โครงการและ โครงการสูบน้ำ ๒ โครงการ ส่วนโครงการขนาดเล็กมีจำนวน ๑๖๗ โครงการ และเป็นโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ๒๐ โครงการซึ่งมีพื้นที่ การชลประทาน ๘๓๖,๑๕๐ ไร่ จากการประเมินความต้องการการใช้น้ำมีการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค การอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว ( ซึ่งการ อุตสาหกรรมจะใช้ปริมาณ น้ำมากบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำตอนล่างในเขตกรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี และนนทบุรี) สำหรับปริมาณน้ำเพื่อการชลประทาน (ซึ่งจะมีการเพาะปลูกพืชไร่มากกว่าทำนา) และการรักษาสมดุลระบบนิเวศวิทยาในปัจจุบันไม่มีการกำหนดการระบายน้ำต่ำสุดเนื่องจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถอัดเอ่อมาถึงบริเวณท้ายเขื่อนตลอดเวลา ส่วนในพื้นที่ตอนบนในฤดูฝนจะเกิดภาวะน้ำท่วมและในฤดูแล้ง จะไม่มีน้ำไหลในลำน้ำจึงต้องจัดสรรน้ำปีละ ๑๕๘ ล้าน ลบ.ม. เพื่อไม่ให้เกิดสภาพน้ำเน่าเสียเนื่องจากการระบายน้ำจากโรงงานอุตสาหกรรม

ลุ่มน้ำท่าจีน

ลุ่มน้ำท่าจีนมีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๑๓,๖๘๒ ลุ่มน้ำท่าจีนมีแม่น้ำสำคัญเพียงสายเดียวคือ แม่น้ำท่าจีน (ตอนต้นน้ำเรียกว่าแม่น้ำสุพรรณบุรี) โดยมีพื้นที่ลุ่มน้ำเริ่มต้นที่จังหวัดนครสวรรค์ แยกออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา ทางฝั่งขวาเหนือเขื่อนเจ้าพระยาที่ ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ไหลผ่านเขต จ.สุพรรณบุรี นครปฐม และออกสู่อ่าวไทยบริเวณ จ.สมุทรสาคร มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปีจากแม่น้ำเจ้าพระยา ๒๒,๐๐๐ ล้าน ลบ.ม. และ จากแม่น้ำกระเสียวและสองพี่น้อง ๓๐๐ ล้าน ลบ.ม.

ลุ่มน้ำแม่กลอง

ลุ่มน้ำแม่กลองมีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๒๐,๘๓๗ ตร.กม. หรือ ๑๙.๔๕ ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๘ จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม บางส่วนของจ.สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร อุทัยธานี และตาก ปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ย ๗,๙๗๓ ล้าน ลบ.ม. ลุ่มน้ำแม่กลองแบ่งออก เป็นลุ่มน้ำย่อย ๑๔ ลุ่มน้ำย่อย ได้แก่ แม่น้ำแควใหญ่ (๑,๔๔๕ ตร.กม.) ห้วยแม่ละมุง (๙๑๐ ตร.กม.) ห้วยแม่จัน (๘๖๒ ตร.กม.) แม่น้ำแควใหญ่ตอนกลาง (๓,๓๘๐ ตร.กม.) แม่น้ำแควใหญ่ตอนล่าง (๙,๐๙๔ ตร.กม.) ห้วยขาแข้ง (๒,๓๒๐ ตร.กม.) ห้วยตะเพียน (๒,๖๒๗ ตร.กม.) แม่น้ำแควน้อยตอนบน (๒,๙๔๗ ตร.กม.) ห้วยเขย็ง (๑,๐๑๕ ตร.กม.) ห้วยแม่น้ำน้อย (๙๔๗ ตร.กม.) ห้วยบ้องตี้ (๔๗๗ ตร.กม.) แม่น้ำแควน้อยตอนกลาง (๒,๘๓๑ ตร.กม.) ลำภาชี (๑,๓๔๓ ตร.กม.) ทุ่งราบแม่น้ำแม่กลอง (๓,๒๕ ตร.กม.)

ลุ่มน้ำบางปะกง

ลุ่มน้ำบางปะกง มีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๕,๖๗๙ ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดชลบุรี มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี ๓,๗๑๒ ล้าน ลบ.ม. สามารถแบ่งออกเป็น ๔ ลุ่มน้ำย่อย ได้แก่ แม่น้ำนครนายก คลองท่าลาด คลองหลวง และแม่น้ำบางปะกงสายหลัก ปัจจุบันมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ในพื้นที่ลุ่มน้ำจำนวน ๑๖ โครงการ มีความสามารถในการ เก็บกักน้ำรวม ๖๒ ล้าน ลบ.ม. สำหรับพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ ๑,๑๘๐,๑๖๐ไร่ มีการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ปีละประมาณ ๑ ล้าน ลบ.ม. ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรประมาณปีละ ๔๓๐ ล้าน ลบ.ม. จึงได้มีการเสนอแผนการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง เพิ่มเติมในแผนระยะสั้นและระยะยาวในทุกลุ่มน้ำย่อยรวม ๗ โครงการมีโครงการหลักที่สำคัญอยู่ในแผนระยะสั้นได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสียัด โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง และโครงการเขื่อนทดน้ำบางปะกง

ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก

ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก มีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๑๓,๘๓๐ ตร.กม. มีน้ำท่าเฉลี่ยรายปี ๑๑,๑๑๕ ล้าน ลบ.ม. สามารถแบ่งออกเป็น ๑๒ ลุ่มน้ำย่อย ครอบคลุมจังหวัด ตราด ระยอง ส่วนใหญ่ของจังหวัดชลบุรี และบางส่วนของจังหวัดจันทบุรี ในปัจจุบันมีโครงการขนาดใหญ่ และขนาดกลางที่ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ ๓๗ โครงการ ความจุในการเก็บกักน้ำรวม ๕๓๘ ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ได้รับประโยชน์รวม ๒๕,๙๒๑.๐ ไร่ มีโครงการขนาดเล็กประมาณ ๑๓๙ โครงการ รวมความจุ ในการเก็บกักน้ำ ๒๖ ล้าน ลบ.ม. ในปัจจุบันมีการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภค-บริโภค การอุตสาหกรรมและเพื่อการท่องเที่ยวรวมกันประมาณปีละ ๑๑๙ ล้าน ลบ.ม. โดยขาดแคลนน้ำมากที่สุดในลุ่มน้ำย่อยชลบุรี คลองใหญ่ และระยองตะวันตก

ลุ่มน้ำเพชรบุรี

ลุ่มน้ำเพชรบุรีมีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๕,๖๐๐ ตร.กม. หรือ ๓.๙ ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของ จ.เพชรบุรี มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี ๑,๓๒๙ ล้าน ลบ.ม. ลุ่มน้ำเพชรบุรีมีแม่น้ำเพชรบุรีเป็นแม่น้ำสายหลักและ มีแม่น้ำสาขาที่สำคัญ ๔ สาขาคือ ห้วยแม่ประจันต์ ห้วยผาก ห้วยแม่ประโดน และแม่น้ำบางกลอย แม่น้ำเพชรบุรีมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาสูงด้าน ตะวันออกอันเป็นเขตแดนระหว่างไทยกับพม่าไหลผ่าน แนวแกนกลางของลุ่มน้ำในแนวตะวันตก-ออก และไหลลงสู่อ่าวไทย ลุ่มน้ำเพชรบุรีแบ่งออกเป็น ๔ กลุ่มน้ำย่อย ประกอบด้วย ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนบน (๒,๒๑๐ ตร.กม.) ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนกลาง (๑,๓๒๕ ตร.กม.) ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง (๑,๓๒๕ ตร.กม.) ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลเพชรบุรี (๑,๐๔๐ ตร.กม.) ปัจจุบันมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และกลาง ๑๗ โครงการ โครงการขนาดเล็ก ๕๑ โครงการมีพื้นที่ชลประทาน ๕๖๒,๒๘๘ ไร่ มีความจุเก็บกักน้ำ ๗๑๐ ล้าน ลบ.ม. มีการพัฒนาแหล่งน้ำใต้ดินเพื่ออุปโภค-บริโภคเป็นหลัก มีการขุดเจาะบ่อบาดาลรวม ๗๖๐ บ่อ โดยกรมทรัพยากรธรณี กรมอนามัย กรมโยธาธิการ และสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท

ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์

ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่ประมาณ ๗,๑๐๐ ตร.กม. หรือ ๔,๐๔๔ ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เกือบทั้งหมด สภาพภูมิประเทศ เป็นพื้นที่เขาสูง มีเนินเขาที่มีความลาดชัน จากตะวันตกไปทางตะวันออก และมีลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนชันถึง ลอนลาดในพื้นที่ตอนกลาง และด้านทิศตะวันออกเป็นที่ราบชายฝั่งทะเลสลับสันทรายเป็นตอนๆ แบ่งกลุ่มลุ่มน้ำย่อยออกเป็น ๔ กลุ่ม คือ ปราณบุรี ๒,๙๑๙ ตร.กม. ชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์ส่วนบน ๑,๔๓๙ ตร.กม. ชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์ส่วนกลาง ๑,๕๙๐ ตร.กม. ชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์ส่วนล่าง ๑,๑๒๗ ตร.กม. ปริมาณน้ำฝนรายปีเฉลี่ยทั้งลุ่มน้ำ ๑,๑๐๐ มม. ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปีประมาณ ๑.๔๒๐ ล้าน ลบ.ม. มีความต้องการน้ำทั้งหมด ๑,๔๔๓ ล้าน ลบ.ม. แยกเป็นความต้องการเพื่อการเกษตร ๑,๓๘๓ ล้าน ลบ.ม. การอุปโภค-บริโภค ๑๘ ล้าน ลบ.ม. พบว่ายังมีการขาดแคลน น้ำประมาณ ๑๙๘ ล้าน ลบ.ม./ปี

ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก

ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีพื้นที่รับน้ำ ๒๖,๓๕๒ ตร.กม.หรือ ๑๖.๕ ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๗ จังหวัดได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส แม่น้ำส่วนใหญ่ในพื้นที่ลุ่มน้ำจะเป็นแม่น้ำสายสั้น ๆ ไหลลงสู่อ่าวไทย วางตัวเรียงรายไปเกือบตลอดชายฝั่งทะเล โดยมีลุ่มน้ำสงขลา ลุ่มน้ำตาปี และ ลุ่มน้ำปัตตานีแทรกเป็นช่วง ๆ ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกประกอบด้วย ๑๓ ลุ่มน้ำย่อย มีโครงการชลประทานขนาดกลางและขนาดใหญ่ รวม ๖๑ โครงการ โครงการชลประทานขนาดเล็ก ๓๒๕ โครงการ โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ๔๐ โครงการ และโครงการประชาอาสา ๑๑๑ โครงการ ในเขตลุ่มน้ำมีพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ ๙,๕๖๓,๙๗๔ ไร่ หรือประมาณ ๖๒.๘๓% ของพื้นที่ลุ่มน้ำ

ลุ่มน้ำตาปี

ลุ่มน้ำตาปี มีพื้นที่รับน้ำ ๑๒,๒๒๕ ตร.กม. หรือ ๗.๖ ล้านไร่ เป็นพื้นที่ป่า ๒.๓ ล้านไร่และพื้นที่เกษตรกรรม ๔ ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และกระบี่ ประกอบด้วย ๙ ลุ่มน้ำย่อย มีโครงกลางขนาดใหญ่และกลาง รวม ๑๙ โครงการ (๔๑,๐๐๐ไร่) ขนาดเล็ก ๗๑ โครงการ (๑๖๕,๔๐๐ ไร่) และอื่น ๕๔ โครงการ โครงการที่สำคัญ คือ เขื่อนรัชชประภาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต มีความจุ ๕,๖๓๘ ล้าน ลบ.ม. ปัญหาที่พบในพื้นที่ลุ่มน้ำคือ น้ำท่วมฉับพลัน การขาดแคลนน้ำ และปัญหาการระบายน้ำในพื้นที่ดินพรุพื้นที่ในลุ่มน้ำตาปีแบ่งออกเป็น ๓ ส่วนใหญ่ๆคือ ลุ่มน้ำตาปีตอนบน ลุ่มน้ำตาปีตอนล่าง และลุ่มน้ำคลองพุมดวง มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปี ๑,๖๐๐ มม. ปริมาณน้ำท่า ๑๒,๕๑๓ ล้าน ลบ.ม./ปี แม้ว่าในภาพรวมแล้วความต้องการใช้น้ำภายในลุ่มน้ำ ในปัจจุบันซึ่งมีประมาณ ๒,๗๗๗ ล้าน ลบ.ม./ปี จะน้อยกว่าปริมาณ น้ำท่าก็ตามปัญหาการขาดแคลนน้ำยังมีอยู่ในบางพื้นที่ของส่วนที่ ๑ และ ๒ สำหรับส่วนที่ ๓ นั้นมีศักยภาพสูงในการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อเป็นแหล่งน้ำหลัก สำหรับความต้องการในอนาคตภายในลุ่มน้ำตาปีและลุ่มน้ำใกล้เคียง โดยเฉพาะโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ซึ่งมีความต้องการ ประมาณ ๘.๘ ล้าน ลบ.ม./ปี และการควบคุมน้ำเค็มที่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ ๑๐๐ ลบ.ม./วินาที มีการเสนอโครงการ อ่างเก็บน้ำขนาดต่างๆประมาณ ๑๒ อ่างเก็บกักน้ำได้รวมกันถึง ๗,๕๐๐ ล้าน ลบ.ม. เขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าโครงการชลประทาน มากกว่า ๕ โครงการ รวมพื้นที่ชลประทาน ๒๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งมีโครงการเร่งด่วนคือ อ่างฯคลองตาล (๑๗,๐๐๐ไร่) โครงการพัฒนาพื้นที่ชลประทานบ้านน้ำหัก อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี โดยใช้น้ำจากเขื่อนแก่งกรุง (๒๕๒,๕๐๐ ไร่)

ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มีพื้นที่รับน้ำ ๘,๔๙๕ ตร.กม. หรือ ๕.๓๒ ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช จากการพิจารณาสภาพอุทกวิทยา ประกอบด้วย ๙ ลุ่มน้ำย่อย ในปัจจุบันมีโครงการขนาดเล็กรวม ๗๖ โครงการพื้นที่รับประโยชน์ ๑๗๐,๑๐๐ ไร่ โครงการงานศูนย์บริการเกษตรกรเคลื่อนที่ ๕๒ โครงการ พื้นที่รับประโยชน์ ๗๔,๖๕๐ ไร่ และโครงการสูบน้ำ ๑ โครงการ พื้นที่รับประโยชน์ ๑,๐๐๐ ไร่ โครงการขนาดกลาง ๑๗ โครงการ พื้นที่ชลประทาน ๕๗๙,๘๐๐ ไร่ ซึ่งยังมีโครงการที่กำลังศึกษาที่สำคัญคือ โครงการคันกั้นน้ำเค็มในทะเลสาบสงขลา โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสะเดา

เพื่อจัดหาน้ำจืดเพื่อการ ชลประทานและอุปโภค บริโภค โครงการสูบน้ำจากทะเลหลวง เพื่อการชลประทานที่อำเภอระโนด จ.สงขลา มีพื้นที่รับประโยชน์ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปี ๑,๕๐๐-๒,๑๐๐ มม. (เฉลี่ย ๑,๘๐๐มม.) ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี ๔,๘๙๖ ล้าน ลบ.ม. หรือ ๑๘.๒๘ ลิตร/วินาที/ตร.กม. พื้นที่บริเวณอำเภอ หาดใหญ่ จ.สงขลา มีศักยภาพน้ำบาดาลสูง โดยเฉพาะในช่วงความลึก ๒๐-๔๐ ม. จากผิวดิน โดยให้ปริมาณน้ำมากกว่า ๑๐๐ ลบ.ม./ชม. ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลามรใช้ได้อย่างเต็มที่ จากาการวิเคาะห์สถานการณ์น้ำพบว่ายังมีการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ประมาณ ๓๘๐ ล้าน ลบ.ม./ปี ในสภาพปัจจุบันจึงมีแผนแก้ไขปัญหาทั้งการอุปโภค-บริโภค การเกษตรการประปาและการอุตสาหกรรม โดยเสนอให้มีโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง อ่างฯบ้านเราแก้ว โครงการคันกั้นน้ำเค็มทะเลสาบสงขลา โครงการพัฒนาพรุดรวนเคล็ง ในแผนระยะยาว (พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๙)

ลุ่มน้ำปัตตานี

ลุ่มน้ำปัตตานีมีขนาดพื้นที่รับน้ำ ๓,๘๕๘ ตร.กม.หรือ ๒.๔ ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ในจังหวัดยะลาและปัตตานีมีแม่น้ำปัตตานีซึ่งยาว ประมาณ ๒๑๐ กม. เป็นแม่น้ำสายหลัก มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปี ๑,๕๐๐-๒,๒๐๐ มม. (เฉลี่ย ๑,๖๓๐ มม.) ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี ๒,๗๓๘ ล้าน ลบ.ม. หรือ ๒๓.๒๔ ลิตร/วินาที/ตร.กม. มีศักยภาพในการใช้น้ำใต้ดินสูง ในบริเวณชายฝั่งแม่น้ำปัตตานีมีโครงการที่สำคัญ ๒ โครงการ คือ โครงการเขื่อนบางลาง (เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและการชลประทาน) โครงการชลประทานปัตตานี (พื้นที่ชลประทานประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ไร่) มีโครงการขนาดกลาง ๒ โครงการ (๑๒,๕๐๐ ไร่) โครงการสูบน้ำอีก ๑ โครงการ มีแหล่งใช้น้ำใหญ่อยู่ ๒ แห่งคือ การประปาเมืองยะลา และการประปาเมืองปัตตานีประมาณ ๖๗๑ ล้าน/ปี จากการวิเคาระห์สถานการณ์น้ำประกฎว่าลุ่มน้ำปัตตานีไม่มีการขาดแคลนน้ำในสถานการณ์ปัจจุบันแต่จะมีปัญหาน้ำท่วมในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. สำหรับในแผนระยะยาวนั้นจะเกิดการขาดแคลนน้ำในเขื่อนบางลาง และโครงการเขื่อนปัตตานีรวมกันประมาณ ๒,๐๐๐ ล้าน ลบ.ม./ปี จึงมีแผนการพัฒนาลุ่มน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค การเกษตร และการประปาและอุตสาหกรรมโดยมีโครงการชลประทานกรงปีนังและเพิ่มการจัดการน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการชลประทานให้สูงขึ้น

ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก

ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๒๑,๑๗๒ ตร.กม. หรือ ๑๓.๒ ล้านไร่ มีพื้นที่ป่าไม้ ๓.๖ ล้านไร่ พื้นที่การเกษตร ๗.๑ ล้านไร่ (๕๔%ของพื้นที่ลุ่มน้ำ) ประกอบด้วย ๑๓ ลุ่มน้ำย่อย ครอบคลุมพื้นที่ ๗ จังหวัด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ นครศรีธรรมราช ตัง และสตูล มีโครงการชลประทานขนาดใหญ่และกลาง ๑๗ โครงการ (๑๐๘,๗๐๐) ขนาดเล็ก ๑๘๖ โครงการ (๑๗๕,๘๗๓ ไร่) โครงการสูบน้ำ ๒๒ โครงการ (๕๑,๗๐๐ไร่) และอื่นๆ ๔๓ โครงการ (๑๗,๒๐๐ไร่) ปัจจุบันมีปัญหาการขาดแคลนน้ำประมาณ ๒๕ ล้าน ลบ.ม./ปี ในลุ่มน้ำย่อย คลองสิเกา เกาะภูเก็ต คลองเขาดิน เกาะลัยเตา เกาะยาว อ่าวลึก และคลองปากลาว ตามลำดับ พื้นที่ใสลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปี ระหว่าง ๑,๖๐๐-๔,๐๐๐ มม. เฉลี่ย ๒,๕๗๖ มม. ปริมาณน้ำท่าประมาณ ๑๙,๑๕๘ ล้าน ลบ.ม./ปี สามารถเก็บกักน้ำได้ ๑๖.๘ ล้าน ลบ.ม. ความต้องการใช้น้ำ ๓๕๔ ล้าน ลบ.ม. จากการวิเคาะห์สถานการณ์น้ำในระยะยาว (ปีพ.ศ.๒๕๔๗) พบว่า ลุ่มน้ำนี้มีความต้องการน้ำเพิ่มขึ้นเป็น ๑,๑๓๖ ล้าน ลบ.ม. และขาดแคลนน้ำเพิ่มเป็น ๑๔๐ ล้าน ลบ.ม. โดยส่วนใหญ่ในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยตรังคลองการะเกด คลองสิเกา เกาะภูเก็ต และคลองเขาดิน เพื่อเป็นการบรรเทาและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำดังกล่าว จึงมีการเสนอแผนสำหรับโครงการใหม่ในระยะสั้น ๑๕ โครงการ ระยะยาว ๒๐ โครงการ และมีการพัฒนาเต็มศักยภาพอีก ๓๕ โครงการ

โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งปัจจุบันนี้แม่น้ำปากพนังและตามลำน้ำสาขา ในช่วงฤดูแล้งเป็นระยะเวลาหลายเดือน เนื่องจากน้ำจืดที่ไหลในแม่น้ำปากพนังมีน้อย น้ำทะเลจึงไหลรุกล้ำขึ้นไปตามแม่น้ำปากพนัง และลำนำสาขาเป็นระยะทางไกลมากกว่า ๘๐ กิโลเมตร ทุกปี การเกษตรกรรมในเขตลุ่มน้ำนี้จึงเกิดความเสียหายเนื่องจากน้ำกร่อยเป็นประจำ และบางปีหากเกิดฝนตกหนักก็จะมีปัญหาน้ำท่วมเพิ่มเติมมาด้วยจึงเป็นเหตุให้ประชาชนชาวลุ่มน้ำปากพนังในเขตพื้นที่มากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ที่แต่ก่อนฐานะทางเศรษฐกิจดีที่สุดแห่งหนึ่งในภาคใต้ ปัจจุบันมีฐานะยากจนลง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำโดยการป้องกันน้ำเค็มมิให้รุกล้ำขึ้นไปตามแม่น้ำปากพนัง ด้วยการก่อสร้างประตูบังคับน้ำที่บริเวณปากแม่น้ำเป็นลำดับแรก ซึ่งอาคารประตูบังคับน้ำนี้นอกจากทำหน้าที่ป้องกันน้ำเค็มแล้วยังสามารถเก็บกักน้ำจืดไว้ในแม่น้ำและลำน้ำลำธารเพื่อใช้ประโยชน์ในการเกษตรและการอุปโภคบริโภคได้อีกด้วย พื้นที่เพาะปลูกที่เคยรุ่งเรืองในอดีตก็จะได้รับการพัฒนาให้มีสภาพอุดมสมบูรณ์ขึ้นดังเดิม

โครงการพัฒนาลุ่มน้ำบางนรา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โครงการพัฒนาลุ่มน้ำบางนรา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในภาคใต้ที่กรมชลประทานดำเนินการสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสภาพปัญหาของลุ่มน้ำบางนรานั้นเนื่องจากตัวแม่น้ำมีความยาวประมาณ ๖๐ กิโลเมตร ไหลผ่านพื้นที่ในเขตอำเภอเมืองนราธิวาส และอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส มีทางออกอ่าวไทย ๒ ทาง จึงเป็นเหตุให้ระดับน้ำในแม่น้ำบางนราตลอดสายอยู่ในอิทธิพลการขึ้นลงของน้ำทะเล ทำให้น้ำในแม่น้ำมีสภาพเป็นน้ำเค็มและนำกร่อยตลอดปี จนไม่สามารถใช้น้ำเพาะปลูกพืชและใช้อุปโภคบริโภคได้ และทำความเสียหายให้กับพื้นที่เพาะปลูกของฝั่งแม่น้ำเป็นบริเวณกว้าง ในการแก้ไขปัญหานี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาสร้างประตูบังคับน้ำปิดกั้นปากแม่น้ำบางนรา ๒ แห่ง เพื่อกั้นน้ำเค็มไม่ให้ไหลเข้าไปตามแม่น้ำและเก็บกักน้ำจืดที่มีตลอดปีไว้ใช้ประโยชน์ รัฐบาลแห่งประเทศญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าในการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างประตูระบายน้ำทั้งสองแห่งได้แก่ ประตูระบายน้ำบางนราตอนบนและประตูระบายน้ำบางนราตอนล่าง ซึ่งได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๓ สามารถป้องกันน้ำเค็มและเก็บกักน้ำจืด ได้ประโยชน์กับพื้นที่เพาะปลูกในเขตโครงการรวม ๑๐๕,๐๐๐ ไร่ และประชาชนที่อาศัยอยู่ตามสองฝั่งลำน้ำมีน้ำจืดใช้อย่างอุดมสมบูรณ์ตลอดปี



You are here พระราชดำริ : โครงการชลประทาน